ร่วมทำความดีในโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล

   4-1 เมื่อเดือนที่ผ่านตอนที่ผมกำลังว่างนั่งแทงบอลกับ Sbobet อยู่เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดก็ต้องไปสะดุดตาเข้ากับข่าวหนึ่งซึ่งเด้งมาในหน้าข่าว facebook ของผมซึ่งเป็นข่าวการประชาสัมพันธ์โครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งผมก็ได้เข้าไปดูเกี่ยวกับข้อมูลของโครงการในครั้งนี้นับว่าเป็นกิจกรรมจิตอาสาที่น่าสนใจมาก จากที่ได้ลองอ่านข้อมูลจุดประสงค์ก็เพื่อเปิดรับบริจาคสิ่งของจากผู้มีจิตเป็นกุศลทั่วประเทศเพื่อระดมกันไปบริจาคให้กับคนยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือน้ำขาดแคลนจากปัญหาน้ำท่วม และภัยธรรมชาติ

3-1จากที่ทราบมาโครงการนี้จัดขึ้นมา 5 ครั้งแล้วภายใน Page ของโครงการก็จะมีภาพ และวีดีโอของการจัดกิจกรรม ที่ผ่านมาซึ่งน่าสนใจมาก ผมจึงมีความติดว่าจะรวบรวมของที่ไม่ใช้แล้ว อาทิ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าที่ไม้ใช้แล้ว รวมกับของเพื่อนร่วมงานที่จะร่วมบริจาค ผมจึงได้ลงชื่อเข้าร่วมโครงการทันที เพราะว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ช่วยเหลือผู้อื่นที่ลำบาก และเราพอมีแรงที่จะช่วยคนอื่นได้ผมยินดีทำ

5-1

ตัดมาในวันที่ต้องไปเข้าร่วมกิจกรรมทางกลุ่มนัดไว้เวลา 8 โมงเช้า แต่ผมออกไปประมาณ 7 โมงเพื่อนำของที่ผมตั้งใจนำไปบริจาคไปรวมกับของส่วนกลางก่อน ไม่นานก็มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางมาอย่างมากมาย โดยที่เราเดินทางโดยรถเมล์ปรับอากาศ 2 ชั้น เพื่อเดินทางออกจาก กทม.ตรงไปยังจังหวัดเป้าหมายซึ่งต้องต่อรถไปอีกทอดหนึ่งซึ่งระยะทางไกลพอสมควร เมื่อเรามาถึง มีชาวบ้านต่างมารอต้อนรับพวกเราหลายร้อยชีวิตอย่างอบอุ่น

2-1

ภายในหมู่บ้านแห่งนี้น้ำประปา และไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ไม่มีโรงพยาบาล มีเพียง โรงเรียนในเพิงเล็กๆ มีครูมาสอนอยู่คนเดียวเท่านั้น สภาพบ้านส่วนมากมุงด้วยคา ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่รวมกัน พวกเรานำของที่จะมาบริจาคมาแยกประเภท และทำการแจกจ่ายให้กับชาวบ้านซึ่งชาวบ้านแต่ละคนเมื่อได้รับของต่างก็แสดงท่าทีตื่นเต้น เป็นอย่างมาก พวกเราต่างก็ดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ดีเช่นโครงการนี้ ถ้าปีหน้าจัดอีกผมต้องเข้าร่วมอีกครั้งอย่างแน่นอน

1-1

เรื่องราวของความประทับใจในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

1   เจอกันอีกแล้ววันนี้ผมจะขอแชร์ความประทับใจในมิตรภาพในครั้งสมัยที่ผมเข้ามา กทม.เป็นครั้งแรกเพื่อมาศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย เหตุผลที่ผมนำเรื่องราวของความประทับใจในอดีตนี้มาแชร์ให้เพื่อนๆฟังอนึ่งก็เพราะว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนผมบังเอิญไปเจอไฟล์รูปภาพเก่าในสมัยที่ยังอยู่ในมหาวิทยาลัย ในนั้นมีภาพตั้งแต่สมัยเริ่มเข้าปี1 จนเรียนจบ เพราะผมเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำมาก ไม่ว่าจะไปจัดกิจกรรมที่ไหนก็มักจะมีการเก็บภาพไว้เสมอ

3

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อนในสมัยที่ผมเพิ่งเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมปลายในโรงเรียนประจำจังหวัด ในช่วงนั้นด้วยความที่เป็นวัยรุ่นมีความติดเพื่อน จึงได้เข้าไปคุยกับพ่อแม่ และพี่ชายว่าตอนนี้เรียนจบแล้วอยากจะเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยใน กทม.ตามกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันซึ่งพ่อแม่ผมในช่วงแรกก็ไม่อยากให้ห่างบ้านไกล อยากให้เรียนในมหาวิทยาลัยใกล้บ้านเพราะจะได้ดูแลได้อย่างใกล้ชิด แต่ด้วยความเป็นเด็ก และติดเพื่อนจึงได้ดึงดันที่จะมาเรียนต่อที่ กทม.

2

การมาเรียนที่นี่ถือเป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้เข้ามาสู่เมืองหลวง หลายสิ่งหลายอย่างดูแปลกตาไปหมด โชคดีที่เพื่อนผมที่เรียนจบจากโรงเรียนเดียวมีประสบการณ์ผมจึงพยามปรับตัว และเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่นี่ซึ่งก็ขอยอมรับว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกันเพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวนั้นเปลี่ยนแปลงไปหมด วันแรกที่เข้าเรียนก็ยังไม่คุ้นชินกับการเดินทาง แต่ก็นับว่าไม่โชคร้ายจนเกินไปเพราะหลังจากที่ผมเรียนมาได้ประมาณ 2 เดือนก็เริ่มมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทโดยส่วนมากจะเป็นเพื่อนที่มาจากต่างจังหวัดเหมือนกัน

5

ตลอดเวลา 4 ปีในรั้วมหาลัยนั้นมีเรื่อราวเกิดขึ้นมากมาย และผมยังได้รับมิตรภาพดีๆ ที่คอยช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่มเพื่อนที่ช่วยกันเรียน จนจบ ถือว่าเป็นช่วง 4 ปีที่มีความสุขมาก จนในปัจจุบันต่างคนเมื่อเรียนจบแล้วก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามที่ต่างๆ จนไม่ได้เจอกันเลย หลังจากที่ผมได้มาเล่าเรื่องราวความประทับใจในครั้งนี้ผมจึงมีความคิดที่จะนัดกลุ่มเพื่อนจากมหาลัยที่สนิทกันเพื่อมานั่งคุยกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน

4

พาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกความประทับใจที่ไม่เคยลืม

 2-1 วันนี้ผมอยากจะมาแชร์อีกหนึ่งเรื่องราวของความประทับใจที่ได้ใช้เวลาวันหยุดสิ้นปีกับครอบครัวด้วยกันอย่างพร้อมหน้า ขอเกริ่นก่อนว่าครอบครัวของผมนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด ครอบครัวของผมมีลูกชายอยู่ 2 คน พ่อแม่รับราชการ หลังจากที่เรา 2 คนพี่น้องเรียนจบแล้ว ก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานนอกบ้านทำให้ครอบครัวของเราเจอกันน้อยลง บางปีผมมีโอกาสได้กลับบ้านแค่ครั้งเดียว ซึ่งพี่ชายของผมก็เช่นกันที่ไม่ต่อยได้มีโอกาสในการกลับบ้านเพราะหน้าที่การงานที่ต้องเดินทางตลอดเวลาเช่นกัน

5

ผมจึงคิดที่จะหาโอกาสให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าจึงได้โทรไปหาพี่ชายเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเราก็ได้ข้อสรุปว่าในช่วงสิ้นปีที่เราสองคนได้หยุดยาว จะพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ หลังจากนั้นผมก็เริ่มหาข้อมูลว่าจะไปประเทศไหนดี จึงได้ลองสอบถามเพื่อนร่วมงานหลายคนที่มีประสบการณ์ในการท่องเที่ยวในต่างประเทศจนเจอเพื่อนคนหนึ่งซึ่งชอบแทงบอลออนไลน์กับ Sbobet ด้วยกัน จากการพูดคุยกันเขาแนะนำว่าญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวนั้นสวยมากบางเมืองจะมีหิมะตก และยังได้แนะนำโปรโมชั่นสายการบินที่เขาใช้บริการเป็นประจำอยู่ให้ผม ซึ่งราคาจะถูกกว่าที่อื่นถ้าจองก่อน

1-1

ไม่รอช้าจึงได้คุยกับพี่ชาย และทางครอบครัวว่าเราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกันในช่วงวันหยุดยาวสิ้นปี ทางบ้านผมก็ตกใจใหญ่เพราะไม่เคยไปต่างประเทศกันเลย ส่วนผม และพี่ชายมีโอกาสได้ไป 2 – 3 ครั้งแล้ว เมื่อคุยกันเสร็จก็ได้นัดกับทางบ้านว่าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้จะรับพ่อกับแม่มาทำพาสปอร์ตที่ กทม. ตัดมาที่วันเดินทางเราทั้งครอบครัวตื่นเต้นมาก ที่ได้ไปท่องเที่ยวกันทั้งครอบครัว และได้มาอยู่กันพร้อมหน้าอีกครั้ง Blog หน้าผมจะมาเล่าประสบการณ์ในการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นนะครับ

3-1

ของขวัญจากพี่ชายในวันเกิดครบรอบอายุ 30 ปี

  1วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่กี่วันผมก็จะอายุครบ 30ปี บริบูรณ์ แล้ว พอไกล้วจะอายุมากขึ้น ก็คิดถึงช่วงชีวิตในวัยเด็กที่ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด อาศัยอยู่ในชนบทกับครอบครัวที่ประกอบอาชีพเป็นข้าราชการในตัวอำเภอ ทำให้ช่วงชีวิตในวัยเด็กของผมนั้น ค่อนข้างจะสบาย ครอบครัวของผมนั้นมีแค่ผมกับพี่ชาย ฐานะทางบ้านจึงจัดอยู่ปานกลาง นึกแล้วก็ขำตัวเองในตอนเด็กนั้นผมมักจะทะเลาะกับพี่ชายอยู่เป็นประจำ อาจจะเพราะพ่อแม่นั้นตามใจผมเป็นพิเศษเพราะว่าเป็นลูกชายคนเล็กจึงมักจะได้เล่นของเล่นที่ซื้อมาก่อนพี่ชายเสมอ

2จำได้ครั้งหนึ่งตอนผมอายุได้ 5 ขวบ ส่วนพี่ชายอายุได้ 8 ขวบ พ่อได้เข้า กรุงเทพ และซื้อรถบังคับมาฝาก แต่เนื่องจากในยุคนั้นรถบังคับมีราคาแพง และหาซื้อยาก พ่อจึงได้มาแค่คันเดียว พอมาถึงบ้านก็เกิดศึกการแย่งรถบังคับของผมกับพี่ชายขึ้น และแน่นอนผมก็ต้องเป็นฝ่ายที่ได้เล่นก่อน เพราะผมเป็นน้อง แต่ด้วยความที่ผมเป็นเด็ก จึงเล่นไม่เป็น พ่อจึงเอาไปให้พี่ชายผมเล่นแทน และพี่ชายพูดว่า “พอแกโตขึ้นพี่จะซื้อคันใหม่ให้คันนี้ขอนะ ใครจะไปคิดว่าคำพูดนั้นจะกลายมาเป็นความจริง

3

เมื่อเวลาผ่านไปผมก็ค่อยๆ ลืมเลือนเรื่องราวในวัยเด็กไปบ้างจนถึงวันที่ผมกลับบ้านเพื่อไปฉลองวันเกิด อายุ 30 ผมที่บ้านผมที่ต่างจังหวัด เมื่อไปถึงบ้านผมก็พบครอบครัวพร้อมหน้ากัน ขาดแต่เพียงพี่ชายของผมซึ่ง พ่อบอกว่าเขาติดงาน มาไม่ได้ ซึ่งผมก็พอเข้าใจเพราะว่าพี่ชายผมนั้นกำลังเติบโตในหน้าที่การงาน เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการโชว์รุมรถญี่ปุ่นยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งผมก็เข้าใจดี และไม่ได้โทษพี่ชายที่ไม่ได้มาร่วมฉลองวันเกิดของผม

4

เรากินเลี้ยงกันจนถึงเวลา 1 ทุ่ม ผมก็สังเกตว่ามีรถเก๋งป้ายแดงคันใหม่ขับมาจอดที่หน้าบ้านผม ซึ่งผมก็แปลกใจเพราะว่าญาติพี่น้อง และเพื่อนของผมนั้นก็มากันครบแล้ว พอเห็นคนที่เดินมาจากรถก็ต้องตกใจเพราะว่านั่นคือพี่ชายของผมเอง ผมตกใจมาก เพราะพี่ชายได้เดินมากอด และยื่นกุฯแจรุคันนั้นให้ผม และพูกว่า “พี่ซื้อรถคืนให้แกแล้วนะไปลองขับสิ” พอพี่ชายผมพูดแบบนั้นก็ย้อนคิดถึงคำพูดที่พี่ชายผมพูดไว้ในวัยเด็กที่จะซื้อรถคันคืนให้ผมแทนรถบังคับที่พี่ชายได้ไปตอนนั้น นับว่าวันเกิดครบรอบ 30 ปี ของผม เป็นประสบการณ์ และความประทับใจที่ผมไม่เคยลืมเลยในชีวิต

5

ไปวิ่งมาราธอนกับกลุ่มเพื่อนในวันหยุด

7

    ตอนนี้ก็ล่วงเลยมาถึงจะสิ้นปีแล้ว ผมมีความรู้สุกว่าปีนี้เราไม่ได้เจอหน้าเพื่อนเลย เพื่อนในที่นี่หมายถึงกลุ้มเพื่อนสนิทในสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งหลังจากเรียนจบแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงาน หรือว่าบางคนกลับบ้านไปช่วยกิจการหรือเรียนต่อ ทำให้พวกเราไม่ค่อยมีโอกาสที่จะพบเจอบ่อยเหมือนแต่ก่อน แต่ผมก็มีเหตุให้ต้องโทรไปหาเพื่อนกลุ่มนี้เพราะว่าผมลืม ทางไปร้านอาหารทะเลที่เมื่อก่อนไปทานกับเพื่อนกลุ่มนี้ จึงได้มีโอกาสโทรถาม พอได้คุยกันก็เหมือนเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน จึงมีการพูดคุยนานเป็นพิเศษ ได้ความว่าร้านที่ผมถามถึงนั้นย้านไปที่อื่นแล้ว และไเป็นโอกาสที่ดีจึงด้ได้สอบรถามถึงสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนกลุ่มนี้ว่าหลังจากเรียนจบเป็นอย่างไรกันบ่าง

sea

ผมจึงได้กล่าวชวนเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกัน 4 5 คน ให้มานัดเจอกันในช่วงวันหยุดของสัปดาห์ ประจวบเหมาะกับช่วงวันหยุดที่ผมนัดเพื่อนๆนั้นมีงานวิ่งที่พัทยา ซึ่งผมก็ลองชวนมาวิ่งมาราธอนกัน เพื่อนๆในกลุ่มต่างก็ตอบตกลง เพราะว่าไม่ได้เจอกันนาน ผมจึงได้เล่ารายละเอียดว่างานวิ่งจะจัดขึ้นในวันเสาก่อนสิ้นเดือนที่พัทยา วิ่งระยะทาง 20 กม. เรียบชายหาดเมืองพัทยานัดเจอกันช่วงเช้าก่อน  6 โมง เมื่อนัดกับเพื่อนเสร็จสรรพแล้วผมจึงวางสาย เพื่อไปลงทะเบียนวิ่งให้กับกลุ่มเพื่อนของผม

1

เมื่อมาถึงวันนัดทุกคนมากพร้อมกันก่อนเวลา หลังจากไม่ได้เจอเพื่อนนานก็มรการพูดคุยกันในหลายๆ เรื่อง จนคนที่เข้าร่วมวิ่งมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จากการประมาณด้วยสายตามีประมาณ 1000 คน เราเริ่มวิ่งกันตอน 7โมง  พวกเราวิ่งเกาะกลุ่มกันปุยกันไป กว่าจะถึงเส้นชัยก็เกือบ 9 โมง  นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มารวมกลุ่มกันอีกครั้ง

3