ปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นแล้วส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนจำนวนหลายแสนครัวเรือน ให้ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน บางคนต้องสูญเสียร่านาที่ทำกิน แทบจะหมดสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่เหลือช่องทางทำมาหากินอีก
แต่ภายใต้วิกฤติและความสิ้นหวัง เราก็ได้พบเห็นน้ำใจที่ดีของผู้คนที่คิดจะช่วยเหลือกันในยามยาก เพราะที่ผ่านมาได้มีการร่วมบริจาคสิ่งของ ปัจจัย ทั้งเงิน อาหาร สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ภาครัฐและเอกชน หน่วยงานวิสาหกิจ สื่อ บรรดาผู้มีชื่อเสียงทั้ง ศิลปิน นักแสดง ก็ได้ออกมาแสดงพลังที่จะขอรับบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้คนในภาคใต้ที่กำลังเผชิญวิกฤติน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา จวบจนวันนี้ ก็ยังมีความช่วยเหลือมากมายที่ยังคงหลั่งไหลส่งลงไป
สำหรับผู้เขียนเองก็ได้มีประสบการณ์ไปร่วมบริจาคสิ่งของและเงินให้กับผู้ประสบภัยทางภาคใต้ เราได้พบว่ามีหลายคนที่คิดแบบเดียวกัน ไปร่วมบริจาคช่วยเหลือด้วย ความรู้สึกดีๆคือ อย่างน้อยก็ได้รับรู้ว่า ในสังคมไทยที่เคยแตกแยกกันเพราะปัญหาทางการเมือง แบ่งแยกสี เชื้อชาติ หรือความขัดแย้งเรื่องศาสนา แต่เมื่อถึงเวลาที่ผู้คนเดือดร้อนจริงๆจนถึงขั้นแก่ชีวิต ก็ยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่พร้อมจะช่วยเหลือคนเหล่านั้นโดยไม่สนใจแบ่งแยกเรื่องอื่นๆ เป็นความช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ ทั้งการเป็นจิตอาสาลงไปช่วยเหลือถึงที่ แต่สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกจะลงไปภาคใต้เอง ท่านก็สามารถร่วมบริจาคสิ่งของได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็ขอแนะนำว่า หากจะบริจาค ควรไปร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ หรือไม่ก็รวมกลุ่มกับเพื่อนฝูงและคนที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ส่งไปถึงผู้เดือดร้อนจริงๆ
นอกจากนี้ ทางภาครัฐเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางคณะรัฐมนตรีจึงสนับสนุนเรื่องการลดหย่อนภาษีสำหรับประชาชนผู้ที่บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ 12 จังหวัด ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม ให้ไปขอลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2560 ได้ถึง 1.5 เท่า
มาตรการภาษีดังกล่าวนอกจากจะเป็นการช่วยบรรเทาภาระภาษีแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้ มีการบริจาคเพื่อระดมความช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ผ่านมาด้วย เพราะปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกพื้นที่ในประเทศไทย เป็นความรับผิดชอบแบบสำนึกรวม เพราะเหตุน้ำท่วมหลายครั้งในหลายพื้นที่ของโลก แท้จริงแล้วต้นเหตุก็มาจากน้ำมือของมนุษย์ที่เข้าไปทำลายธรรมชาติไว้มาก จนกระทั่งถึงวันที่ปัญหาเหล่านั้นระเบิดออกมา นี่จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนได้ควรตระหนักในผลที่เกิดขึ้นร่วมกัน
แม้ว่าชีวิตของผู้ประสบภัยจำนวนมากอาจจะยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเก่า ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้อีก แต่อย่างน้อยการช่วยเหลือกันคนละเล็กละน้อย เมื่อรวมกันได้มากพอ ก็สามารถช่วยผู้คนที่กำลังเดือดร้อนได้ครับ