ความทางจำ

การบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าเป็นเรื่องหนึ่งที่ผู้คนนิยมทำกันมานาน เป็นการแบ่งปันโอกาสให้เด็กๆที่เกิดมาแล้วไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แล้วไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนดูแล ในทางพุทธศาสนา การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เท่าที่พอช่วยได้ เช่นการให้ทาน ถือเป็นการสร้างบุญกุศลอย่างหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยสร้างความสุขในใจของผู้ให้ด้วย
ผู้เขียนมีประสบการณ์ไปบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กอ่อนหลายครั้ง หนึ่งในครั้งที่ประทับใจมากคือการเดินทางไปยังมูลนิธิบ้านเด็กอ่อนพญาไท อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งจัดว่ามีชื่อเสียงมากพอสมควร
การไปครั้งนั้นเราได้รับสปอนเซอร์จากหลายฝ่าย ร่วมกันบริจาคเรี่ยไรสิ่งของและเงินบางส่วนมาช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง มีคำแนะนำสำคัญคือ ก่อนจะไปที่ไหน ให้ทุกท่านโทรติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานหรือมูลนิธินั้นๆก่อนว่า ถ้าเราจะไปช่วยบริจาค ทางนั้นเขาขาดแคลนอะไรมากที่สุด ควรจะให้เป็นอะไรดี อย่างที่เคยไปช่วยเหลือบ้านผู้พิการทางสมอง เขาระบุมาเลยว่า สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดคือผ้าอนามัยสำหรับผู้ใหญ่ เพราะต้องใช้กันทุกวัน สำคัญมากกว่าอาหารอีก เพราะส่วนของอาหารมีคนช่วยบริจาคอยู่ตลอด แล้วยังมีร้านอาหารบางแห่งรอบๆนั้นที่เข้ามาช่วยด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งคิดเอาเองว่าเขาขาดอะไร แต่ให้เราติดต่อสอบถามโดยตรงก่อน
กรณีของบ้านเด็กกำพร้า ก็มีส่วนที่เป็นเด็กโตแล้วกับเด็กอ่อน เราก็เตรียมสิ่งของไปเผื่อไว้ทั้งสองส่วน แต่ทั้งนี้ใครที่คิดว่าไปแล้วจะได้เข้าไปเจอเด็กตลอด ต้องเข้าใจว่าระบบบริหารจัดการของเขามันเป็นระบบมาก อย่างตอนที่เราไป เด็กอ่อนเข้านอนกันหมดแล้ว ก็เลยไม่ได้เข้าไปดู แต่พอจะมองอยู่ด้านนอกได้ ส่วนเด็กโตหน่อย เราจะได้เข้าไปดูเขาเรียนหนังสือหรือทำกิจกรรมกันแล้วแต่วัน
เมื่อเข้าไปถึง ติดต่อเจ้าหน้าที่ ช่วยกันขนของบริจาคแล้วทางเจ้าหน้าที่จะนำของไปไว้ที่โต๊ะบริจาคแล้วนำเราไปห้องทะเบียนเพื่อทำเรื่องการนำของมาให้อย่างเป็นทางการ มีการลงบันทึกชัดเจนว่าเอาอะไรมาบริจาคบ้าง ดังนั้นไม่ต้องห่วง เพราะภาครัฐสามารถตรวจสอบได้ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของเด็กๆจริงๆ เมื่อมอบของให้แล้ว ทางมูลนิธิจะออกใบเสร็จให้ หรือถ้าใครจะนำไปหักภาษีเงินได้ก็สามารถขอให้ทางมูลนิธิออกใบเสร็จแบบที่จะเอาไว้เป็นหลักฐานสำหรับการหักภาษีก็ได้เช่นกัน
ด้านในจะมีจัดการแบ่งเป็นตึกซึ่งแบ่งกลุ่มของเด็กตามอายุและเด็กที่ติดเชื้อเอดส์ตั้งแต่แรกเกิด เรื่องหนึ่งที่ทุกคนซึ่งเคยมาต้องพบเจอกันหมดคือ เด็กๆไม่ว่าจะเล็กหรือโตแล้ว จะถาโถมเข้ามาขอให้คุณอุ้มพวกเขา แล้วถ้าอุ้มเขาสักครู่หนึ่ง พอจะวางลง เขาจะไม่ยอมเลย คนอื่นที่เหลือก็จะแย่งกันขอให้เราอุ้มด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมเรียกร้องความรัก บรรดาพี่เลี้ยงเด็กเองก็ไม่ค่อยจะอุ้มเด็กได้เท่าไรนัก เพราะพี่เลี้ยง 1 คน ต้องดูแลเด็กๆ 10 กว่าคน คงไม่สามารถอุ้มทุกคนได้หมด เหนื่อยหนักแน่ แต่นี่ก็เป็นธรรมชาติของเด็กในบ้านกำพร้าแทบจะทุกแห่งที่เราจะพบอยู่เสมอ
ถ้าท่านไม่ได้เป็นกำพร้า ถือว่าโชคดีมากแล้ว เพราะเด็กเหล่านี้ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิการอุ้มจากใครได้เหมือนเด็กทั่วไปที่มีพ่อแม่ครบ